'เราก็ศิษย์อาจารย์ หนึ่งบ้าง' โคลงศรีปราชญ์ ที่มีผู้เข้าใจผิดมากที่สุด!


'เราก็ศิษย์อาจารย์ หนึ่งบ้าง' 
โคลงศรีปราชญ์  ที่มีผู้เข้าใจผิดมากที่สุด!

          หลังจากที่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ได้ออกอากาศไป       เพียงไม่กี่ตอน  กระแสความดังก็ฉุดไม่อยู่ ดังไกลไปถึงจีน
'ออเจ้า' ถึงกับต้องเที่ยวตาม ย้อนรอยบุพเพฯ ไปทั่วทุกที่ และเห็นทีก็คงจะไม่พ้นอโยธยาเป็นแน่แท้ แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอีกที่หนึ่ง ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้อโยธยา นั่นคือ ที่ที่ชำระล้างอาวุธที่ใช้ประหารท่านศรีปราชญ์ พี่ชายของท่านขุนศรีวิสารวาจาอย่างไรล่ะ 
      
     หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ประวัติของท่าน งั้นเรามาดูประวัติคร่าวๆของท่านกันเลยยย

       ศรีปราชญ์ เป็นกวีเอกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยที่ท่านยังเด็ก ชื่อว่า ศรี เป็นบุตรของพระโหราธิบดี  เข้ารับราชการในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  วันหนึ่ง สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงแต่งโคลงบทหนึ่งใจความว่า   

อันใดย้ำแก้มแม่       หมองหมาย
ยุงเหลือบฤาริ้นพราย   ลอบกล้ำ

             แต่ทรงติดขัด และไม่สามารถทรงแต่งต่อได้ จึงได้พระราชทานกระดานชนวนที่ยังทรงแต่งไม่สำเร็จให้แก่พระโหราธิบดี เพื่อให้แต่งต่อจนจบ   เมื่อกลับมาบ้าน พระโหราธิบดีได้วางกระดานชนวนไว้บนหิ้งพระ เนื่องจากเป็นของสูงของพระมหากษัตริย์ แล้วจึงไปอาบน้ำชำระร่างกาย  ศรีปราชญ์ ในตอนนั้นซึ่งมีอายุเพียง 7 ปี ได้มาเห็นกระดานชนวน และด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กๆ จึงได้หยิบเอากระดานชนวนนั้นมาแต่งต่อจบจบ ดังนี้


อันใดย้ำแก้มแม่                หมองหมาย
ยุงเหลือบฤาริ้นพราย             ลอบกล้ำ
ผิวชนแต่จักกราย                     ยังยาก
ใครจักอาจให้ช้ำ     ชอกเนื้อเรียมสงวน
  
        เมื่อพระโหราธิบดีมาเห็นโคลงที่แต่งจนเสร็จแล้ว จึงได้นำไปถวายแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก จึงให้ศรีปราชญ์ถวายตัวเข้ารับราชการเมื่ออายุ15ปี
         
          แต่ก่อนจะถวายตัวนั้น พระโหราธิบดีได้ขอพระราชทานคำมั่นสัญญาจากสมเด็จพระนารายณ์ฯว่า หากศรีปราชญ์ทำความผิดใดในอนาคต ถึงกับต้องโทษประหาร  ขออย่าให้ประหาร แต่ให้เนรเทศเเทน    ทรงตกลงแล้วจึงให้ศรีปราชญ์เข้ารับราชการ
          
          อยู่มาวันหนึ่ง  ศรีปราชญ์ ได้ตอบโต้เชิงชู้สาวเป็นโคลงต่อท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในขณะนั้น  ทรงไม่พอพระทัย จึงได้ทูลฟ้องสมเด็จพระนารายณ์ฯ  จึงทรงเนรเทศศรีปราชญ์ ไปยังเมืองนครศรีธรรมราช  
        



           เมื่อไปยังเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ศรีปราชญ์เป็นที่รักใคร่ชอบพอของเจ้าเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสามารถที่โดดเด่นและความเป็นอัจฉริยะของตน แต่ก็ทำให้มีผู้อิจฉาริษยาเช่นเดียวกัน    
           ความโดดเด่นเกินหน้าเกินตานี้เองที่นำภัยมาสู่ เมื่อมีคนใส่ร้ายป้ายสีว่าศรีปราชญ์ เป็นชู้กับภริยาของเจ้าเมืองนคร  เจ้าเมืองนครหลงเชื่อ จึงสั่งโทษประหารแก่ศรีปราชญ์ ศรีปราชญ์ได้ประท้วงโทษประหาร     แต่ไม่สำเร็จ        เมื่อวันประหารมาถึง ศรีปราชญ์ได้เขียนโคลงบทสุดท้ายด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ไว้บนผืนทรายบนลานประหารนั่นเอง ต่อมามีผู้คนได้จดจำและบอกเล่าต่อๆกันมา มีใจความว่า
ธรณีนี่นี้                       เป็นพยาน
เราก็ศิษย์อาจารย์           หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร          เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนอง

           เมื่อเพชรฆาตลงดาบประหารแล้ว ได้นำดาบนั้นไปล้างในสระตรงกำแพงเมือง  ทุกวันนี้สระนั้นยังคงมีอยู่ ในโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ชื่อว่า สระล้างดาบ      ศรีปราชญ์   แต่เนื่องจากกาลเวลาได้ผ่านเลยไปอย่างยาวนาน ทำให้จำเป็นต้องถมสระบางส่วน เหลือเพียงแต่สระขนาดเล็กในปัจจุบัน  

            กระแสความดังของเรื่องบุพเพสันนิวาส ทำให้มีคนมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก และได้แชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงนั้น โคลงของศรีปราชญ์ที่แชร์ต่อๆกันมานั้น มีคำว่า'มี' อยู่ในบาทแรกของวรรคสอง  คือ

                           เราก็ศิษย์มีอาจารย์  หนึ่งบ้าง                           

 ซึ่งในความเป็นจริงนั้น จะต้องไม่มีคำว่า 'มี'  เนื่องจากเป็นโคลงสี่สุภาพ จะทำให้ผิดฉันทลักษณ์ไป  ที่ถูกต้องคือ

                           เราก็ศิษย์อาจารย์  หนึ่งบ้าง

              จะสังเกตได้จากแผ่นหินที่สลักโคลงบทนี้เอาไว้ จะไม่มีคำว่า'มี ' นะออเจ้า     รู้อย่างนี้แล้ว ก็ช่วยกันแชร์ต่อนะ จะได้ไม่จำข้อมูลผิดๆไป   ถ้าหากอยากไปเที่ยว เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆย้อนรอยบุพเพสันนิวาส ก็อย่าลืมไปสระล้างดาบศรีปราชญ์ล่ะ ปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช นั่นเอง
             รอมแพง ผู้แต่งนิยายเรื่องนี้ ก็จบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้อีกด้วย  แล้วไว้พบกันใหม่กับสาระไม่ค่อยจะมี see you!






ความคิดเห็น